|
ในโลกแห่งนวัตกรรมที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเป็นกลไกในการพัฒนาขับเคลื่อนระบบธุรกิจเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานและการติดต่อสื่อสารนั้น ถือเป็นพฤติกรรมหรือรูปแบบที่เหมาะสมในการนำมาปรับใช้กับธุรกิจในแขนงต่างๆ ซึ่งในความผันแปรของระบบเศรษฐกิจและสภาวะการดำรงชีพของสมาชิกสังคมโลกในปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้ว่าสื่อหรือกิจกรรมบันเทิงนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยจรรโลงพฤติกรรมและจิตใจของมนุษย์ให้เกิดการผ่อนคลายจากสภาวะสังคมในปัจจุบัน
หากมองถึงการสร้างสรรค์งานบันเทิงและการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับความบันเทิงนั้นมักจะมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาทั้งในเชิงรุกหรือเชิงรับ เชิงรุก อาทิเช่นรูปแบบในการนำเสนอหรือการทำให้เข้าถึงผู้บริโภคในจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ เชิงรับ ค้นหาและปรับใช้รูปแบบในการป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะถือว่าสื่อบันเทิงนั้นเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่ง ที่เกิดจากการริเริ่มสร้างสรรค์ ด้วยสติปัญญา แรงกาย และจิตใจและการที่จะทำให้เข้าถึงและแพร่หลายต่อสาธารณชนได้นั้นย่อมต้องอาศัยเทคโนโลยีในการนำเสนอ โดยเมื่อได้พิจารณาจะทราบได้ว่าเทคโนโลยีต่างๆนั้นจะมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าจากอดีตนั้นการดำเนินธุรกิจยังอยู่ที่การให้ความสำคัญกับวัตถุที่กักเก็บข้อมูลหรือเนื้อหาสาระบันเทิงที่ผู้บริโภคต้องการ แต่กระทั่งปัจจุบันความสำคัญจะขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระมากกว่าวัตถุเหล่านั้น ซึ่งมีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งนั่นก็คือการลดความสำคัญในวัตถุที่เก็บข้อมูล และถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการดำเนินธุรกิจอีกครั้ง ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ และยุทธวิธี เพื่อใหเกิดการดำรงอยู่ได้ของการสร้างสรรผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณสืบต่อไป ธุรกิจสิ่งบันทึกเสียง ถือเป็นธุรกิจบันเทิงแขนงหนึ่งที่รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนับแต่ในอดีต ปัจจุบันและรวมถึงอนาคตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ต้องมีการแข่งขันกันในเรื่องของเทคโนโลยี งานบันเทิงในรูปของสิ่งบันทึกเสียงนั้นถือเป็นที่นิยมของทุกชนชาติ จึงมีความจำเป็นต้องปรับการใช้งานโดยมีการใช้เทคโนโลยีที่มีความสลับซับซ้อนน้อยที่สุดเพื่อง่ายต่อการเข้าถึงงานของผู้ใช้งานให้มากที่สุดเช่นกัน อาทิการสร้างอุปกรณ์รองรับ เช่นในอดีตจะใช้เครื่องเล่นเทปคาสเซท เครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่น เอ็มพี3 ตลอดถึงการถ่ายโอนข้อมูลโดยผ่านช่องถ่ายโอนข้อมูลที่เรียกว่า USB. สถานการณ์ของธุรกิจบันเทิงโดยเฉพาะสิ่งบันทึกเสียง จากอดีตถึงปัจจุบันนั้น โครงสร้างของธุรกิจบันเทิงจะอยู่ในรูปแบบเชิงรับและรุกในการสรรหาวิธีการและรูปแบบการเข้าถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกันหรือการหาวิธีหลบเลี่ยง ป้องกันการโจรกรรมในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นการ “แข่งขันทางธุรกิจโดยไม่เป็นธรรม”อยางหนึ่ง เนื่องจากฝ่ายผู้สร้างสรรค์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ลงทุนทั้งแรงกาย แรงใจ สติปัญญา รวมถึงทุนทรัพย์ในการสร้างสรรค์ แต่ฝ่ายกระทำการละเมิดก็มีการลงทุนเช่นกัน แต่เป็นการลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์ในการฉกฉวยผลงานเหล่านั้นมาสร้างประโยชน์แก่ตนให้มากที่สุด อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจบันเทิง หัวใจหลักของการทำธุรกิจบันเทิง นอกจากการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆออกมาแล้วสิ่งสำคัญ อีกอย่างหนึ่งคือการนำเสนอผลงานเหล่านั้นออกสู่สาธารณะโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการนำเสนอ อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย ซึ่งสามารถแบ่งการเปลี่ยนแปลงออกได้เป็น 2 ยุคดังนี้ 1. ยุคการนำเสนอผ่านสินค้าที่สามารถจับต้องได้ (Tangible หรือ Physical) การเปลี่ยนแปลงหรือการปรับตัวของเทคโนโลยีในธุรกิจของสิ่งบันทึกเสียง จะเห็นได้จากในลำดับแรกเป็นการจำหน่ายวัสดุที่บันทึกเสียงเพลงของบรรดาศิลปินที่ชื่นชอบในรูปของเทปคาสเซท ต่อมาได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบของแผ่นซีดี วีซีดี และแผ่นดีวีดี โดยในระยะแรกของการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี สามารถแยกกลุ่มผู้บริโภคได้ในช่วงระยะหนึ่ง ตามองค์ประกอบของความต้องการในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้แก่ การใช้วัสดุที่เก็บข้อมูล คุณภาพของเสียง ภาพ รวมถึงราคาของแผ่นและเครื่องเล่นที่รองรับ แต่ก็สามารถแบ่งกลุ่มผู้บริโภคได้ชัดเจนเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากความแพร่หลายและปัจจัยความต้องการทางตลาดทำให้ ราคาจำหน่ายเครื่องเล่นที่รองรับ มีการปรับคุณภาพให้ด้อยลง และลดราคาจำหน่ายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อจากผู้บริโภค แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดในการบันทึกข้อมูลลงไว้ในเทปคาสเซทและแผ่นรูปแบบต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นทำให้ในปัจจุบันเทปคาสเซทและแผ่นรูปแบบต่างๆ ไม่ได้รับความนิยมหรือการตอบรับจากผู้บริโภคแต่อย่างใด หลังจากนั้นเมื่อการแข่งขันในตลาดของสินค้ารูปแบบแผ่นซีดีถึงขั้นอิ่มตัว ได้มีการพัฒนา เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลโดยวิธีการบีบอัด (แผ่น MP3) เพื่อบันทึกข้อมูลลงไว้ในแผ่นเอ็มพี3 (MP3) ให้มีจำนวนมากขึ้น แต่คุณภาพของข้อมูลที่ได้รับนั้นจะลดน้อยลง ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมบริโภคสินค้าจากจำนวนที่ได้รับมากกว่าคุณภาพ ซึ่งเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลโดยวิธีการแบบอัดนี้ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อธุรกิจบันเทิงโดยเฉพาะสิ่งบันทึกเสียงเป็นอย่างมาก แต่ความนิยมของผู้บริโภค ประกอบกับ ความแพร่หลายและราคาจำหน่ายของเครื่องเล่นที่รองรับ ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงบางรายจำต้องนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้กับสินค้าของตนแต่ก็ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากข้อจำกัดของกฏหมายลิขสิทธิ์ทำให้สามารถผลิตได้เฉพาะงานที่เป็นลิขสิทธิ์ของตนเท่านั้น ต่างจากการผลิตและจำหน่ายโดยการละเมิดลิขสิทธิ์ จะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เนื่องจากผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ มิได้คำนึงถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่อย่างใด 2. ยุคการนำเสนอโดยไม่ต้องอาศัยสินค้าที่จับต้องได้ (Intangible format หรือ ยุค digital) เนื่องจากตัวทรัพย์สินในงานธุรกิจบันเทิงนั้น เป็นงานที่ไม่สามารถจับต้องได้ การนำเสนอในยุคเริ่มแรกจึงจำต้องมีการนำแฟ้มงานเหล่านั้นไปบรรจุลงในวัสดุที่สามารถแปลงสัญญาณในการนำมาปรากฏต่อสาธารณะอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของเทคโนโลยี ทำให้การอาศัยวัตถุเป็นสื่อกลางในการสื่อหรือนำเสนอระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผู้บริโภคมีความสำคัญที่ลดน้อยลง
การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารในยุคดิจิตอล การใช้สื่อเครือข่ายอินเตอร์เนท ความแพร่หลายของการใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้มีการพัฒนาโปรแกรมการใช้งานให้สามารถดูหนัง ฟังเพลง รวมถึงสามารถเก็บข้อมูลเหล่านั้นในคอมพิวเตอร์หรือมีอุปกรณ์ในการเก็บรักษาข้อมูลในอุปกรณ์รูปแบบที่สะดวกต่อการพกพา อาทิเช่นที่เรียกว่าแฟลชไดรฟ์ หรือทรัมพ์ไดรฟ์ หรือ อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่เรียกว่า เอ็กซ์เทอร์นอล ฮาร์ดไดรฟ์ ซึ่งผลิตและพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นแหล่งเก็บหน่วยความจำ และสามารถพกพานำไปใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับได้ เมื่อการใช้งานคอมพิวเตอร์เกิดความแพร่หลายและมีการใช้งานที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นก็มีการพัฒนาติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่าย (Internet) โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นตัวเชื่อมต่อในยุคเริ่มแรกนั้นเป็นการใช้งานเฉพาะเพื่อความมั่นคงทางการทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคุณสมบัติอันเป็นประโยชน์ของเครือข่ายอินเตอร์เนท ที่มีอย่างมากมาย ทำให้การใช้งานขยายมาสู่หน่วยงานราชการและขยายมาถึงภาคเอกชน โดยในประเทศไทยได้มีการนำระบบเครือข่ายอินเตอร์เนท เข้ามาใช้งานครั้งแรกโดยสถาบันการศึกษาเพื่อวัตถุประสงค์และด้วยคุณสมบัติเดียวของเครือข่ายที่นำมาใช้ก็คือ การโต้ตอบรับส่งจดหมายอิเลคโทรนิค (e-mail) การพัฒนาคุณสมบัติของระบบเครือข่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนการใช้งานได้ขยายตัวไปสู่ภาคเอกชนและภาคธุรกิจ อาทิการพัฒนาการเชื่อมต่อการติดต่อกันระหว่างประเทศ โดยพัฒนาเว็บไซท์ให้เป็นแบบเวิลด์ไวด์ (www.) และในแต่ละประเทศก็จะมีผู้ให้บริการ International Gateway ในการเชื่อมต่อสัญญาณกับนานาประเทศ จนทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างไร้พรมแดน และในประการสำคัญทำให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นและค่าใช้จ่ายลดน้อยลง ผลของการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการติดต่อสื่อสาร การเรียนรู้ การค้นหาข้อมูล ต่างๆ ในโลกได้ สามารถกระทำได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่เพียงแต่มีอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าระบบเครือข่ายได้ ซึ่งในปัจจุบันการเชื่อมต่อสามารถทำได้โดยใช้ระบบไร้สาย (WI-FI)
เทคโนโลยีเหล่านี้เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจบันเทิง การเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากเพียงการโต้ตอบ มาเป็นการนำคุณสมบัติมาใช้งานในเชิงธุรกิจธุรกิจมากขึ้น ทำให้ การค้นหา และการพัฒนารูปแบบธุรกิจให้เป็นไปตามกระแสสังคมโลกไม่จำต้องยึดติดกับสื่อหรือผู้เชี่ยวชาญในแขนงใดแขนงหนึ่ง ทุกคนสามารถเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ความเป็นไปหรือความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้จากทุกมุมโลก นับว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ทำให้ข้อมูลข่าวสารเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติแนวทางการทำธุรกิจบันเทิงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิง และผู้บริโภคต้องปรับตัวให้เป็นไปและเรียนรู้กับกระแสความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี แต่สิ่งที่น่าสังเกตุอย่างหนึ่งก็คืองานบันเทิงส่วนใหญ่ถือเป็นงานทางด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งไม่สามารถจับต้องได้ ยกเว้นการนำผลงานเหล่านั้นมาบรรจุไว้ภายในวัตถุเพื่อจำหน่าย เป็นตัวสินค้า เช่น เสียงเพลง เมื่อบรรจุภายในแผ่นซีดี ก็จะจำหน่ายในรูปของแผ่นซีดีของศิลปิน คนนั้น อัลบั้มนั้นๆ หรือในส่วนของภาพยนตร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้สินค้าที่จับต้องได้เช่นแผ่นซีดี หรือเทปคาสเซท หรือสิ่งบันทึกเสียงประเภทอื่นๆ ได้รับความนิยมลดน้อยลงอย่างมาก เนื่องจาก ข้อมูลที่เราต้องการเหล่านั้นจะแปลงรูปไปอยู่ในสื่อที่เรียกว่า Digital โดยใช้การส่งสัญญาณ กล่าวคือ ระบบเครือข่ายก่อให้เกิดมิติใหม่ๆของการทำธุรกิจ ที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานหรือผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ลดค่าใช้จ่ายทั้งจากผู้จำหน่ายและผู้บริโภค อาทิการเสนอขายสินค้าโดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่หรือร้านค้า ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดหรือพื้นที่เพียงแต่มีเครื่องคอมพิวเตอร์และสามารถเข้าถึงในระบบเครือข่ายได้ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้ โดยสามารถแบ่งประเภทของสินค้าได้เป็นสองได้แก่ สินค้าแบบจับต้องได้ และสินค้าแบบจับต้องไม่ได้ สินค้าแบบจับต้องได้ เป็นการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเดิมคือวัตถุประสงค์อยู่ที่ตัวสินค้าที่สามารถจับต้องได้เพียงแต่การนำเสนอจำหน่ายอาศัยระบบเครือข่ายเพื่อการเข้าถึงลูกค้าโดยตรงโดยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนการที่ลูกค้าต้องเข้าหาตัวสินคาที่วางจำหน่ายตามร้านค้า สินค้าที่จับต้องไม่ได้ คือการใช้เทคโนโลยีแปลงข้อมูลจากการที่ต้องบรรจุอยู่ในวัสดุที่จับต้องได้ให้มาเป็นข้อมูลในรูปดิจิตอลและนำเสนอผ่านระบบเครือข่าย พร้อมทั้งจัดระบบการจำหน่ายโดยขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการว่าจะเลือกใช้วิธีใด นวัตกรรมของรูปแบบการดำเนินธุรกิจบันเทิงในลักษณะเช่นนี้นับเป็นรูปแบบที่กล่าว ได้ว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าของข้อมูลหรือสินค้า (Content) ผู้นั้นเป็นดั่งราชา (Content is the King)” และการใช้งานในระบบเครือข่ายมิได้สงวนไว้เพื่อการใช้งานสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์ หรือสงวนไว้แต่เฉพาะข้อมูลที่ดีมีประโยชน์เท่านั้น ดังที่ได้มีผู้กล่าวไว้ว่า “ในระบบเครือข่ายเปรียบเสมือนสังคมขนาดใหญ่สังคมหนึ่ง ซึ่งในสังคมย่อมต้องมีกิจกรรมเกิดขึ้น และในแต่ละกิจกรรมนั้นย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย” ทำให้ในความเป็นจริงแล้วนั้นผู้เป็นเจ้าของข้อมูลหรือสินค้า (Content) เสียไปซึ่งสิทธิเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ดังที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 เสียแล้ว เนื่องจากการทำให้เข้าถึงได้ในระบบเครือข่ายมิได้จำกัดเพียงผู้เป็นเจ้าของสิทธิ์ดังกล่าวมาเบื้องต้น การคุกคามของการละเมิดลิขสิทธิ์ก็ได้แพร่เข้ามาสู่ระบบเครือข่ายเช่นเดียวกัน ลักษณะของกิจกรรมที่พบส่งผลกระทบเชิงลบแก่ธุรกิจบันเทิง แบ่งออกได้เป็น 5 ลักษณะ ดังนี้ 1. ลักษณะการสร้างกลุ่มสังคมในระบบเครือข่าย (Social networking) กลุ่มใช้งานในลักษณะเช่นนี้ในปัจจุบันนับว่ามีการพัฒนาจากอดีตเป็นอย่างมาก เนื่องจากนอกจากการพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มที่มีความสนใจในสิ่งเดียวกันแล้ว ปัจจุบันยัง สามารถเข้าไปเชื้อเชิญให้คนอื่นเข้ามาเป็นสมาชิก พร้อมทั้งมีพื้นที่ในการเก็บข้อมูลที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มของสมาชิกมากขึ้นจากข้อมูล (File) รูปภาพไปจนกระทั่งข้อมูล (File) เสียงเพลงหรือภาพที่เคลื่อนไหวได้เป็นต้น ลักษณะที่พบโดยทั่วไปก็คือการเข้าไปขอ หรือการนำข้อมูล (File) ที่ไม่ได้รับอนุญาต (ละเมิดลิขสิทธิ์) มาแจกจ่าย แก่กลุ่มสมาชิก 2. เจ้าของเว็บไซท์สร้างความนิยมการเข้ามาใช้งาน เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเว็บไซท์ที่จัดตั้งขึ้นมานั้น ไม่สามารถเลือกกลุ่มผู้เข้ามาใช้งานได้และการเปิดหน้าบริการเว็บไซท์แบบมุ่งในการทำธุรกิจ ก็จะมุ่งเน้นจากจำนวนผู้เข้ามาใช้งานเพื่อเป็นการอ้างอิงถึงฐานการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด ดังนั้นจะพบว่า เจ้าของเว็บไซท์พยายามที่จะเปิดให้บริการเรื่องข้อมูลให้มีความหลากหลายมากที่สุด นอกจากการมีผู้เข้ามาใช้งานอย่างเฉพาะเจาะจงแล้วได้ให้ชื่อเว็บไซท์ปรากฏอยู่ในรายการที่มาจากผู้ใช้งานที่ใช้วิธี Search engine อีกด้วย เนื่องจากการมีสถิติการเข้ามาใช้งานในเว็บไซท์นั้นก็เพื่อแสดงถึงความนิยมและเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเข้ามาซื้อพื้นที่โฆษณาภายในหน้าเว็บไซท์ ซึ่งนับว่าเป็นรายได้อย่างหนึ่งของเจ้าของเว็บไซท์ ลักษณะที่พบโดยทั่วไป เช่น การเปิดหัวข้อ (Forum) ให้บริการ ซึ่งมักจะเน้นคำว่า“แจกฟรี” โดยบางครั้งลักษณะธุรกิจของเว็บไซท์ไม่ได้มุ่งเน้นในเรื่องของการแลกเปลี่ยนไฟล์ข้อมูล แต่เปิดพื้นที่ให้สมาชิกหรือผู้ใช้งานเข้ามาแลกเปลี่ยนกันเองตามหมวดหมู่ที่ตั้งไว้ โดยเจ้าของเว็บไซท์ (webmaster) มีหน้าที่ดูแลระบบ และมักจะยกข้ออ้างว่าตนไม่มีเจตนาในเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของกิจกรรมของสมาชิก แต่ก็พร้อมที่จะแก้ไขให้ ดังนี้ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ 3. เว็บไซท์ที่มีวัตถุประสงค์ในการรับฝากไฟล์ข้อมูล (Cyberlocker) ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าในระบบเครือข่ายนั้นเป็นระบบที่สื่อสารกันด้วยไฟล์ข้อมูลที่แปลงมา ในรูปของ Digital เพราะฉะนั้น ในระบบเครือข่ายถือเป็นห้องสมุดที่รวบรวมไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ ดังนั้นช่องทางในการดำเนินธุรกิจในโลกไซเบอร์ ในการรับฝากและจัดเก็บไฟล์ข้อมูลก็เกิดขึ้น ในมุมมองที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานถือว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก แต่ในทางกลับกัน เมื่อไฟล์ข้อมูลที่นำมาแปลงและนำเข้าสู่ระบบเครือข่าย เป็นเพียงไฟล์ๆ หนึ่งที่จะตั้งชื่อหรือรหัสเช่นใดก็ได้ ทำให้หากไม่มีการตรวจสอบภายในเนื้อหาของไฟล์ ก็จะไม่สามารถทราบได้ว่าไฟล์เหล่านั้นสร้างประโยชน์หรือความเสียหายอย่างไรต่อผู้ใช้งานหรือผู้อื่น ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบันเทิง เช่น ถือว่า Cyberlocker เป็นแหล่งหนึ่งที่รวบรวมไว้ซึ่งไฟล์ข้อมูลละเมิดลิขสิทธิ์ จากการนำมาฝากไว้ของผู้ใช้งาน 4. Mobile Piracy การสื่อสารในชีวิตประจำวันนับว่าโทรศัพท์ไร้สายเคลื่อนที่ เป็นปัจจัยที่สำคัญในอันดับต้นๆ ที่ทุกเพศ ทุกวัย นั้นต้องมีไว้ใช้งาน และได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการใช้งานเพื่อแข่งขันในทางการตลาดและมีการนำมาปรับใช้กับเทคโนโลยีอื่นๆได้อย่างหลากหลายมากขึ้น อาทิเช่น จากการโทรออกและรับสายเข้า ได้พัฒนาให้มีการส่งข้อความสั้น(Short message) สามารถถ่ายรูป ถ่ายภาพเคลื่อนไหว เก็บข้อมูลเพลง จนกระทั่งปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย เช่น เดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน จากเดิมการทำละเมิดฯที่กระทบต่อธุรกิจบันเทิงจากการใช้งานของโทรศัพท์เคลื่อนที่ กระทำได้เพียงการดาวน์โหลดหรือส่งต่อข้อมูลเพลงเพื่อนำมาใช้เป็นเสียงเรียกเข้าหรือเสียงรอสาย เนื่องจากหน่วยบรรจุความจำของตัวเครื่องนั้นมีความสามารถที่จำกัด ต่อมาได้พัฒนาขยายหน่วยเก็บความจำเป็น SD Card ด้วยการเพิ่มฐานหน่วยความจำมากกว่าตัวเครื่อง หรือโทรศัพท์บางยี่ห้อและบางรุ่นก็ได้ผลิตออกมาเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่มีความชื่นชอบในเสียงเพลงโดยเฉพาะ ก็ได้เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานในการบรรจุข้อมูลเสียงเพลงจำนวนมากขึ้น และคุณภาพของเสียงที่พัฒนามากขึ้น และในระยะต่อมาการพัฒนาการใช้งานโทรศัพท์ไร้สายเคลื่อนที่ก็ได้พัฒนาควบคู่กับการพัฒนาระบบการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายให้มีความเร็วและประสิทธิภาพการใช้งานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งสังเกตุได้ว่าในธุรกิจของการรับจ้างดาวน์โหลดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็ไม่สามารถดำเนินอยู่ได้กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเหล่านี้ จนกล่าวได้ว่าต้องกระทำละเมิดลิขสิทธิ์โดยมีจุดประสงค์ในการขายความสะดวกแก่ลูกค้าในการมีไฟล์ข้อมูลเพื่อเลือกมากกว่าการขายเทคโนโลยีที่สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้ ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิงนั้นย่อมมีมากเนื่องจากการดาวน์โหลดข้อมูลเพลงที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นต้องผ่านขั้นตอนการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์และขั้นตอนการชำระค่าใช้จ่าย อีกทั้งประสบปัญหาและข้อจำกัดเรื่องความหลากหลายของศิลปินหรือเสียงเพลงที่ผู้บริโภคต้องการ ทำให้ผู้บริโภคมุ่งไปสู่ผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาตเพื่อให้ได้ข้อมูลเพลงที่ตนต้องการแม้จะเป็นการสนับสนุนการทำละเมิดลิขสิทธิ์ก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงได้พยายามหาแนวทางแก้ไขและลดข้อจำกัดด้านต่างๆ โดยขอความร่วมมือจากเจ้าของเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ในการเป็นสื่อกลางที่จะสนองความต้องการและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้า โดยลดขั้นตอนหรือกรรมวิธีที่ยุ่งยากลง ดังที่เราเคยได้ยินคำโฆษณาของผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ รายหนึ่งว่า “เป็นคลังเพลงดิจิตอลที่ใหญ่ที่สุด” 5. โปรแกรม Bit torrent หรือโปรแกรม Peer-2-Peer) โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาในกิจกรรมที่เรียกว่าการแบ่งปัน (Share) ข้อมูลหากแต่ปัจจุบันถือเป็นเครื่องมือที่ทำลายอุตสาหกรรมบันเทิงและโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก โดยลักษณะการทำงานเปรียบได้กับการแพร่ขยายของเชื้อโรค ซึ่งหากมีการบรรจุโปรแกรมการใช้งาน แบบBit torrent หรือ P2P ผู้ใช้งานจะสามารถระบุไฟล์ข้อมูลใดๆที่ต้องการ ระบบก็จะประมวลผลให้ทราบว่ามีไฟล์ข้อมูลดังกล่าวที่ต้องการ และมีผู้ใช้งานมากน้อยเพียงไร ซึ่งหากข้อมูลนั้นในขณะค้นหามีผู้ใช้งานมาก หากผู้ใช้งานเข้าไปทำการดาวน์โหลด ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มสมาชิกในการโอนถ่ายไฟล์ดังกล่าว กล่าวคือถ้ามีสมาชิกเข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลเดียวกัน ในชวงเวลาเดียวกัน ระยะเวลาในการดาวน์โหลดจะลดน้อยลงเนื่องจากผู้ใช้งานแต่ละคนที่เข้าไปดาวน์โหลดนั้นจะแปรสถานะเป็นทั้งผู้เข้าไปเอาข้อมูลและแจกจ่ายข้อมูลในเวลาเดียวกัน ซึ่งผู้ที่สร้างสรรค์โปรแกรมดังกล่าวนี้ขึ้น และสร้างความเสียหายแก่อุตสากรรมบันเทิงเป็นอย่างมากคือนาย Bram Cohen เหล่านี้คือตัวอย่างกิจกรรมบางส่วนที่ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ถือว่ามีคุณประโยชน์ในการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่เทคโนโลยีนั้นไม่สามารถคิดและประมวลผลในตัวเองได้ว่าการใช้งานในคุณลักษณะพิเศษเหล่านั้นอย่างไรที่จะก่อให้เกิดประโยชน์หรือก่อให้เกิดผลเสียหายไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือสังคม มนุษย์ผู้ที่นำเทคโนโลยีเหล่านั้นไปใช้ต่างหากที่จะเป็นผู้คิด วิเคราะห์ และตัดสินใจว่าจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์หรือส่งผลกระทบเสียหายต่อส่วนรวมหรือไม่อย่างไร
ข้อเสนอแนะในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อธุรกิจบันเทิง การหยุดยั้งความเจริญหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อธุรกิจบันเทิงนั้นเป็นเรื่องที่กระทำได้อย่างยากยิ่ง ดังนั้นแนวทางในการแก้ไข คือการปรับตัวและประยุกต์ใช้พร้อมกับปรับทัศนคติในการใช้งานให้ควบคู่กันไปโดยใช้วิธีการดังต่อไปนี้ 1. การปลูกฝังความรู้ความเข้าใจแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้งานระบบเครือข่าย ในการศึกษาปัจจุบันได้มีการพัฒนาหลักสูตรและรูปแบบให้สอดคล้องเพื่อสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานในโลกแห่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากแต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้นยังถือว่า ไม่เพียงพอ เนื่องจากถือว่าวิชาความรู้นั้นเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง หากในหลักสูตรมีเพียงการสอนให้ใช้อาวุธอย่างเดียวแต่ไม่มีการปลูกฝังการใช้ที่ถูกต้องด้วย บนพื้นฐานของศีลธรรม จริยธรรมและความถูกต้องภายใต้กฏหมายกำหนดแล้วนั้น ก็ถือว่าอาจเป็นการบ่มเพาะให้เกิดปัญหาแก่สังคม ได้ในอนาคต เนื่องจากเยาวชนนั้นถือเป็นวัยแห่งความอยากรู้อยากเห็นและแสดงออก ดังนั้นหากมีสื่อประชาสัมพันธ์หรือการให้ความรู้ในวิธีการต่างๆควบคู่ไปด้วย จะทำให้เกิดความเข้าใจและรับรู้ ขั้นพื้นฐานว่า ตนเองควรรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมอย่างไร และในทางตรงข้ามหากเยาวชนเหล่านั้นอยู่ในสถานะเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานก็จะสามารถตระหนักและรับรู้ในเบื้องต้นได้ว่าผลงานของตนจะได้รับความคุ้มครองแห่งสิทธิจากกฎหมาย และจากสังคมได้เพียงใด พร้อมกันนี้การประชาสัมพันธ์แก่สถานศึกษาที่มุ่งนำเทคโนโลยีมาร่วมเป็นสื่อในการเรียนการสอน ให้มีความระมัดระวังในการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย เช่น เทคโนโลยีเครือข่ายอินเตอร์เนท การที่สถาบันฯ นำเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการเปิดขยายโลกทัศน์ด้านการศึกษาจะทราบและควบคุมได้อย่างไรว่า เยาวชนเหล่านั้นจะไม่อาศัยเครือข่ายของสถาบันเข้าไปสู่ด้านมืดของโลกไซเบอร์ หรือเครือข่ายอินเตอร์เนทและไม่อาศัยเครือข่ายของสถาบันไปทำกิจกรรมที่ขัดต่อกฏหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เพียงเพราะไม่มีการปลูกฝัง ประชาสัมพันธ์หรือให้ความรู้ควบคู่กับการใช้งาน 2. การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ แสวงหาความร่วมมือและให้ข้อมูลความรู้ในด้านกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน ในยุคความแพร่หลายของการทำธุรกิจด้านพาณิชย์อิเล็คโทรนิคโดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนท (e-commerce) การสร้างความเข้าใจและการร่วมมือกันในชุมชนเครือข่ายถือเป็นเกราะป้องกันและอาจเป็นวิธีการเยียวยาความเสียหายได้วิธีหนึ่งซึ่งมีความจำเป็นต้องพึ่งพาระหว่างกันโดยในระบบเครือข่ายมีบุคคลหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องและมีความสำคัญซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงผลกระทบที่ผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงและผู้เกี่ยวข้องได้รับ อาทิเช่น 2.1 ISP.(Internet Service Provider) คือผู้ให้บริการในการเข้าถึงได้ในระบบเครือข่าย อินเตอร์เนท และอาจเป็นผู้เชื่อมต่อสัญญาณในการเข้าถึงสำหรับเครือข่ายต่างประเทศ (International Gateway) ซึ่งหากมีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ ISP.ในระดับที่สามารถปฏิบัติงานได้เองแล้วนั้น ISP.สามารถทำการปิดกั้นสัญญาณของเว็บไซท์ที่ตนให้บริการได้ในกรณี เชื่อได้ว่ามีการทำกิจกรรมที่ถือว่าขัดต่อกฏหมาย หรืออาจแจ้งเตือนไปยังลูกค้าหรือผู้ใช้บริการเพื่อให้มีการตรวจสอบและแก้ไขกิจกรรมที่ถือว่าขัดต่อกฏหมายได้ ซึ่งผู้ใช้บริการ ส่วนใหญ่ได้ดำเนินการตามที่ได้รับการแจ้งเตือนจาก ISP. เนื่องจาก ISP.จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ และตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กำหนดหน้าที่ให้ ISP. ต้องเก็บรักษาข้อมูลการจราจร ไว้ไม่ต่ำกว่า90วัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานในการบ่งชี้ถึงผู้ที่กระทำความผิดได้ 2.2 Webmaster คือผู้ที่สร้างรรค์และดูแลเว็บไซท์ บุคคลกลุ่มนี้สร้างเว็บไซท์ขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป เช่น เพื่อการทำธุรกิจ หรือเพื่อเป็นการพบปะกับสมาชิก ซึ่งแต่ละ เว็บไซท์อาจมีสมาชิกเฉพาะแต่ละกลุ่ม ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆถึงกันได้ ดังนั้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจและประชาสัมพันธ์แก่ Webmaster ย่อมเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ และเมื่อ Webmaster มีสถานะเป็นเจ้าของและดูแลเว็บไซท์แล้ว ก็ย่อมไม่ต้องการให้มีกิจกรรมอันขัดต่อกฏหมายเกิดขึ้นบนพื้นที่เว็บไซท์ของตนเนืองจากในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่ในการนำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณชนแล้วนั้นย่อมต้องรับผิดชอบทางกฏหมายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บไซท์ที่ดำเนินธุรกิจโดยมีความเสี่ยงต่อการทำกิจกรรมที่ขัดต่อกฏหมาย เช่นเว็บไซท์ประเภทรับฝากไฟล์ข้อมูล หากไม่มีการตรวจสอบการรับฝากไฟล์ข้อมูลที่รัดกุมแล้วไฟล์ข้อมูลเหล่านั้นอาจนำความผิดตามกฏหมายมาสู่ Webmaster ได้ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ประกอบกับการให้ความรู้ทางกฏหมายย่อมเป็นการสร้างความร่วมมือที่ดีกับสมาชิกในสังคมออนไลน์เพื่อการป้องกันมิให้เกิดการกระทำอันเป็นความผิดตามกฎหมาย 3. การผลักดันให้มีกฏหมายที่ทันสมัยเพื่อรองรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและผลักดันภาครัฐในการสนับสนุนภาคธุรกิจและเล็งเห็นความสำคัญในการป้องปรามการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ในระบบเครือข่าย ดังที่กล่าวมาแล้วว่าธุรกิจบันเทิงแทบโดยส่วนใหญ่นั้นถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาและถือเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่ก่อเกิดมาจากการคิดสร้างสรรค์ ในเมื่อเป็นทรัพย์สินที่มีลักษณะพิเศษจึงมีการบัญญัติกฏหมายพิเศษเพื่อให้ความคุ้มครอง ซึ่งก็คือ กฏหมายในกลุ่มของทรัพย์สินทางปัญญาอาทิ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ซึ่งขณะบัญญัติและบังคับใช้จนถึงปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นกฏหมายที่มีผลบังคับใช้ได้ดีและครอบคลุมฉบับหนึ่ง หากแต่ในปัจจุบันที่มีพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง องค์ประกอบและข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดนั้นเปลี่ยนแปลงไป ทำให้การบังคับใช้ของกฏหมายต่อการทำละเมิดลิขสิทธิ์ นั้นยังครอบคลุมได้ไม่เพียงพอและไม่มีความเป็นปัจจุบัน การผลักดันให้มีการแก้ไขกฏหมายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นมาตรการสำคัญอีกประการหนึ่งที่ช่วยให้การรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจบันเทิงนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้อีกประการหนึ่งที่มีความสำคัญคือการแสดงให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและเล็งเห็นปัญหาว่ารูปแบบหรือวิธีการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ที่แฝงมากับความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างทั่วถึงโดยไม่มีข้อจำกัดนั้นเป็นสาเหตุของการทำลายระบบธุรกิจอย่างรุนแรงชัดเจนมากกว่ารูปแบบหรือวิธีการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ที่กระทำลงบนวัสดุที่สามารถจับต้องได้ซึ่งสามารถกำหนดรูปแบบหรือมาตรการป้องกันปราบปรามได้โดยมีข้ออุปสรรคน้อยกว่า ตัวอย่างในการเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาในผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่ออุตสาหกรรมบันเทิง เช่น ในประเทศฝรั่งเศส รัฐบาลโดยประธานาธิบดี เป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องระหว่างภาครัฐ ผู้ให้บริการ (ISP.)และเจ้าของสิทธิ์ในการร่วมคุ้มครอง แก้ไขปัญหาและต่อต้านการทำละเมิดต่ออุตสาหกรรมบันเทิง
|