Visitors Counter







![]() | Today | 93 |
![]() | Yesterday | 189 |
![]() | This week | 1633 |
![]() | This month | 4124 |
![]() | All | 266993 |
| ความคืบหน้าของความร่วมมือระหว่าง ISP และอุตสาหกรรมบันเทิง “ทั่วโลก” |
|
|
| Written by Administrator |
| Friday, 04 February 2011 10:15 |
|
สรุปโดย IFPI มกราคม 2554
ลักษณะความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิง และ ISP มี 4 รูปแบบ
รัฐบาลได้ออกบทความ “Digital Economy : แนวทางในอนาคต” นำเสนอปัญญาของการแบ่งบันไฟล์ข้อมูลที่ผิดกฎหมายและพันธะสัญญาที่จะแสวงหาแนวทางแก้ไข ที่เหมาะสม, ระหว่างที่มีการประชุมความร่วมมือระหว่าง ISP และอุตสาหกรรมเพลงโดยมีฝ่ายรัฐเข้าร่วมและเป็นประธานได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์, กรมสื่อสารและเทคโนโลยี, สำนักงานอัยการนั้น , MPA ได้ฟ้องศาลหาว่า ISP สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ยังผลให้การประชุมความร่วมมือดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง ส่วนผลของคดีที่ MPA ฟ้องร้องนั้น ปรากฏว่า, ศาลตัดสินให้ ISP ชนะโดยให้เหตุผลว่า ISP ไม่ได้เป็นผู้อนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยนไฟล์ภาพยนต์ P2P ในระบบของตน
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีที่ SABAM ฟ้อง ISP “Scarlet หรือ Tiscali” โดยที่ Scarlet อุทธรณ์คำสั่งศาลให้ทำ Filtering เท่าที่สามารถจะทำได้เพื่อแยกไฟล์ที่ถูกกฏหมายออกจาก file ที่ผิดกฏหมาย อย่างไรก็ตามแทนที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของ Scarlet ศาลอุทธรณ์กลับส่งคำถามไปที่ศาล EU (European Court of Justice) เพื่อให้ ECJ พิจารณาว่าคำสั่งให้คำสอดคล้องกับกฏหมาย EU หรือไม่และ คำว่า “เท่าที่สามารถจะทำได้” (Proportionality) นั้นมีขอบเขตแค่ไหน, คาดว่า EUJ จะมีคำพิพากษาในปี 2554 นี้
ปี 2010 ที่ผ่านมา, รัฐบาลแคนนาดาออกกฏหมายชื่อ “Copyright Modernization Act” กำหนดให้ ISP ต้องดำเนินการส่ง Notice C – D และเก็บข้อมูลการส่งเอาไว้, การไม่ทำตามกฏหมายจะทำให้ ISP รายนั้นถูกปรับ
กฏหมาย ใหม่ที่ออกในเดือนพฤษภาคม 2553 กำหนดให้ ISP ต้องแจ้งไปที่ลูกค้าของตนที่ทำการละเมิด และให้แก้ไขสัญญาว่า ISP มีสิทธิระงับบัญชีลูกค้าได้ หากพบว่าลูกค้ามีการทำละเมิดซ้ำ, กฏหมายยังให้อำนาจศาลที่จะออกคำสั่งฝ่ายเดียว (Ex Parte Injunctions) ให้ระงับบัญชีของที่ละเมิดซ้ำซากได้ด้วย
กระทรวงวัฒนธรรมของเดนมาร์กได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ Online โดยคาดว่ารายงานที่จะออกมาในเดือนมกราคม 2554 จะวางกรอบความร่วมมือระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์ และ ISP รวมทั้งการเสนอวิธีการ Graduated response ด้วย และในปี 2010 ที่ผ่านมาศาลสูงของเดนมาร์กได้พิพากษาให้ ISP ทำการป้องกันการเข้าถึง Website Pirate Bay
ในเดือนกันยายน 2553, สภาของ EU ได้อนุมัติ “Gallo Report on Enforcement of IP rights in the internal market” เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนของ EU ว่า “ต้องการให้มี กฏหมาย ที่จะแก้ไขปัญหา online Piracy”, และในเดือนมกราคมนี้, ก็มีรายงานว่าด้วยการปฎิบัติตามมติในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แสดงความกังวลในการเพิ่มขึ้นของการละเมิดทาง internet และต้องการให้ “คนกลาง” (ISP) เข้ามามีส่วนในการแก้ไขปัญหาการละเมิด online นี้ด้วย, ขณะนี้ EU กำลังเปิดกว้างเวทีในการแสดงความคิดเห็นและถกเถียงในเรื่องดังกล่าวและคาดว่า จะมี Report ตามออกมาในไตรมาสที่ 2 (Q2) ของปีนี้
กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอแก้ไขร่างกฏหมายลิขสิทธิ์ ในเดือนพฤษภาคม 2553 ให้ ISP ต้องส่งใบแจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์ให้ถึงลูกค้าของตน, กฏหมายนี้เข้าสู่สภาแล้ว, คาดว่าจะผ่านเป็นกฏหมายในเดือน มีนาคม 2554 นี้, ในคดีที่เกี่ยวกับการละเมิดทาง online, ศาลก็ได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้ ISP ระงับการเข้าถึง internet ของ คนที่ upload file P2P ด้วย
ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกที่ผ่านกฏหมาย Graduated Response ออกมาใช้บังคับตั้งแต่ ปี 2009, กฏหมายนี้ให้อำนาจ HADOPL ที่จะส่งคำเตือนแก่ลูกค้าที่มีการใช้บัญชีเพื่อการละเมิดลิขสิทธิ์, หลังจากที่ได้เตือนครั้งที่ 1, 2 ภายใน 6 เดือน และเตือนครั้งที่ 3 ภายใน 1 ปี, HADOPL จะส่งรายงานการละเมิดให้ศาลอาญาและผู้พิพากษาก็จะสั่งให้มีการระงับการเข้าถึง internet ของคนๆ นั้นเป็นระยะเวลา 1 ปี และมีบทลงโทษอย่างอื่นด้วย, กฏหมายนี้ยังมีบทบัญญัติที่ให้อำนาจรัฐสั่งปิด Website ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ด้วย, ในเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา, จดหมายแจ้งเตือนจาก HADOPL ฉบับแรกได้ถูกส่งออกไปแล้ว, นอกจากนี้รัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกกฎกระทรวงกำหนดโทษปรับแก่ ISP ที่ไม่ให้ความร่วมมือตามกฏหมายฉบับนี้ด้วย
ในเดือนพฤศจิกายน 2552 รัฐบาลฮ่องกงได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทางดิจิตอลโดยเรียกร้องให้มีความร่วมมือจาก ISP, ข้อเสนอนี้กำหนดความรับผิดของ ISP โดยผ่าน “A code of Practice” โดยมีข้อยกเว้นความรับผิดให้ ISP (Safe Habours) หาก ISP ทำตามเงื่อนไขแล้ว, ใน Code of practice ยังมีรายละเอียดของการ Takedown และข้อกำหนดให้ ISP ต้องส่งต่อ “การแจ้งเตือน” ให้ลูกค้าของตนด้วย, หากไม่ปฎิบัติตาม Code of practice อาจเป็นสมมติฐานในข้อหาให้การสนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ได้, คาดว่า Code of practice จะได้รับการพิจารณาเป็นกฏหมายในเร็วๆ นี้
คณะกรรมการกฏหมายได้เสนอให้มีการแก้ไขกฏหมายลิขสิทธิ์ของอินเดียในเดือนพฤศจิกายน 2010 แสดงความจำเป็นที่จะต้องคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางดิจิตอลและรับรู้ถึงความรุนแรงของ Internet piracy และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิง, เสนอให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจตราเรื่องการละเมิดทางอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะ และในขณะเดียวกัน, กระทรวงข่าวสารและการเผยแพร่ ก็เสนอให้มีกฏหมายใหม่ที่จะแก้ไขปัญหาการละเมิดทางอินเตอร์เน็ตโดยเฉเพาะรวมทั้งบทบัญญัติเรื่อง Graduated Response ด้วย
ในเดือน มกราคม 2009, ระหว่างการพิจารณาของศาลสูงในคดีระหว่างค่ายเพลงและ ISP “Eircom”, ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถตกลงกันได้ว่าจะระงับคดีโดย Eircom ยินดีจะใช้มาตรการ Graduated Response กับลูกค้าของตนหากลูกค้าไม่ปฎิบัติตามคำแจ้งเตือน, และสืบเนื่องจากข้อตกลง, ค่ายเพลงพยายามปรับใช้แนวทางนี้ในการจัดทำข้อตกลงกับ ISP รายอื่นๆ ในไอร์แลนด์และในเดือนตุลาคม 2010 ในคดีที่เข้าของลิขสิทธิ์ ฟ้อง UPC, ISP รายใหญ่อีกรายหนึ่ง, ศาลพบว่าวิธีการ Graduated Response คือ แนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพที่สุดในขณะนี้, แต่อย่างไรก็ตาม, ศาลไม่สามารถออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบังคับให้ UPC ต้องใช้มาตรการ Graduated Response ได้ เนื่องจากกฏหมายยังไม่มีบทบัญญัติเช่นนั้น และแม้ว่าไอร์แลนด์จะนำ Directive ของ EU มาใช้ก็ตาม แต่รัฐบาลก็ยังแก้ไขกฏหมาย ภายในให้เป็นไปตาม Directive ไม่ทัน, ศาลจึงบังคับ UPC ไม่ได้ เพราะไม่มี กฏหมาย รองรับ
AGCOM, คณะกรรมการวิชาการสื่อสารได้, ออกระเบียบใหม่ในเดือนธันวาคม 2553 ให้ ISP ต้องปิด Website ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และปรับ ISP ได้สูงสุดถึง 250,000 € หาก ISP นั้นไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของ AGCOM ในเดือนธันวาคม 2009 ศาลสูงสุดได้ตัดสินว่า ISP มีหน้าที่ในการป้องกันการเข้าถึง Website Pirate Bay และต่อเนื่องมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 อัยการได้สั่งให้ ISP ทั้งหมดระงับการเข้าถึง Pirate Bay และต่อมา ISP ก็ถูกสั่งให้ทำการ Filtering IP Address และ Domain Name ด้วย และต่อมาในอีกคดีหนึ่ง ศาลแขวงก็ได้ยืนยันตามคำพิพากษาศาลฎีกาให้ ISP ระงับการเข้าถึง Linking Website ต่างประเทศ ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
ในปี 2009 มี Consortium ประกอบไปด้วย ISP และเจ้าของลิขสิทธิ์ได้กำหนดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทางอินเทอร์เน็ตโดยมีรายละเอียดในการส่งจดหมายเตือน (Notice) แก่ลูกค้า นอกจากนี้ Consortium ยังมีการทำข้อตกลงแบบสมัครใจเพื่อการแก้ไขปัญหา Online Piracy โดยกำหนดแนวทางในการยกเลิกบัญชีของคนละเมิดลิขสิทธิ์ซ้ำๆ ซากๆ ด้วย
ร่างแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ของมาเลเซียที่ให้อำนาจศาลที่จะสั่ง ISP ให้ป้องกันการเข้าถึง Website หรือข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ที่อยู่นอกราชอาณาจักร และสั่งให้ ISP ยกเลิกบัญชีที่ใช้ในการละเมิดนั้น ได้มีการนำเสนอสภาผู้แทนในเดือนธันวาคม 2010 นี้แล้วและคาดว่าร่างแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์จะออกมาเป็นกฎหมายและใช้บังคับได้จริงในเดือนมีนาคม 2011 นี้
ในเดือนพฤศจิกายน 2010 รัฐบาลได้เสนอร่างกฎหมายลิขสิทธิ์ Graduated Response ต่อสภา ร่างกฎหมายนี้บัญญัติให้ ISP ส่งจดหมายเตือน 3 ฉบับแก่ลูกค้า เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ยืนยันว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น และมีโทษปรับให้ลูกค้าจ่ายเงินแก่เจ้าของลิขสิทธิ์สูงถึง 15,000 NZ$ หาก Copyright Tribunal ยืนยันแล้ว หากเห็นว่าค่าปรับที่ Copyright Tribunal สั่งปรับนั้นยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ลูกค้าจะถูกระงับการใช้เป็นเวลา 6 เดือน โดยคำสั่งของ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ร่างกฎหมายนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นและ มีผลใช้บังคับในฤดูร้อนปีนี้
คณะทำงานที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลนอร์เวย์ ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งเจ้าของลิขสิทธิ์, ISP และรัฐบาล ได้สรุปเสนอรัฐบาลในเดือนตุลาคม 2010 ผ่านทางกระทรวงวัฒนธรรม เรียกร้องให้มีการนำแนวทาง Graduated Response การเก็บรักษาข้อมูล (Data Retention) การระบุตัวผู้แบ่งปันไฟล์และคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแก่ ISP มาใช้ในการแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ Online
เกาหลีใต้มีกฎหมาย Graduated Response ในปี 2009 (กรกฎาคม) กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการลิขสิทธิ์ส่งคำเตือนให้ takedown เนื้อหาที่ผิดกฎหมายและให้อำนาจกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่จะบังคับให้ ISP ต้องส่งจดหมายเตือนการละเมิดให้กับลูกค้าของตน กระทรวงวัฒนธรรมยังมีอำนาจที่จะสั่งระงับเลขบัญชี หากลูกค้านั้นได้รับแจ้งเตือน 3 ครั้ง ใน 6 เดือน การระงับการใช้หรือการเข้าถึง Internet จะมีกำหนดเวลา 1 เดือน เมื่อถูกสั่งให้ระงับการใช้ในครั้งแรกภายใน 1 เดือน และ 3 เดือน หากถูกระงับครั้งที่ 2 และ 6 เดือน สำหรับการถูกระงับครั้งที่ 3 นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังอนุญาตให้กระทรวงวัฒนธรรมสั่ง ISP ให้ปิด Forum ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ด้วยเป็นระยะเวลาถึง 6 เดือน การที่กระทรวงมีอำนาจเช่นนี้ได้เป็นผลมาจากการ้องเรียนของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือตามที่กระทรวงจะตรวจสอบและเห็นเอง ในระหว่างเดือนเมษายน 2009 ถึงเดือนกันยายน 2010 มีการส่ง Notice ออกไปแล้ว 83,000 ฉบับ และในเดือนตุลาคม 2010 กระทรวงวัฒนธรรมได้สั่งระงับบัญชีของผู้ละเมิดไปแล้วเป็นครั้งแรก
ในเดือนมีนาคม 2010 คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติตามเสนอของคณะกรรมการกฎหมายเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ให้มีการป้องกันการเข้าถึงหรือระงับการเข้าถึง Website ที่ผิดกฎหมาย การพิจารณาว่าจะป้องกันหรือระงับการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตให้พิจารณาคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญา ภายใน 4 วันทำการ แต่น่าเสียดายที่บทบัญญัติที่ว่านี้ถูกตัดทิ้งจากการ Vote ของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนธันวาคม 2010 นี้ แต่คาดว่าคณะรัฐมนตรีจะนำเสนอบทบัญญัตินี้กลับเข้าไปบรรจุในกฎหมายเศรษฐกิจอีก เพื่อให้กฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาใน เดือนมกราคม 2011
ไต้หวันมีกฎหมาย Graduated Response ในเดือนกรกฎาคม 2009 โดยกำหนดให้ ISP ต้องแจ้งลูกค้าของตนว่าบัญชีของเขาจะถูกปิดทั้งหมดหรือบางส่วนเพราะได้รับการแจ้งเตือนการละเมิดลิขสิทธิ์มาแจ้งถึง 3 ครั้ง หาก ISP ไม่ดำเนินการยกเลิกบัญชีลูกค้า, ISP จะยกข้ออ้างตาม Safe Habour มาป้องกันความรับผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้
กฎหมาย Digital Economy Act 2010 ที่กำหนดกระบวนการ Graduated Response ได้ออกบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน 2010 นี้ ตามกฎหมายการนี้ ISP มีหน้าที่ต้องแจ้งเตือนให้ลูกค้าทราบว่าบัญชีของเขามีการใช้เพื่อละเมิดลิขสิทธิ์ และให้ ISPต้องเก็บหลักฐานและบันทึกข้อมูลนั้นๆ ไว้ด้วย รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย (The Secretary of State) มีอำนาจสั่งให้ ISP ต้องจำกัดการเข้าถึง Internet แก่ลูกค้าของตนได้ด้วย หากพบว่าลูกค้านั้นเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำและมีอำนาจสั่งให้ ISP ยกเลิกบัญชีลูกค้าและห้ามยุ่งเกี่ยวกับ Internet เป็นระยะเวลา 12 เดือน กฎหมายนี้ยังกำหนดให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยออกระเบียบให้ศาลปฏิบัติ ในการ Block Website ที่ผิดกฎหมายด้วย คาดว่ากฎหมายนี้จะเริ่มใช้จริงๆ ในปลายปี 2011 นี้
- RIAA ได้บรรลุข้อตกลงกับ ISP บางรายในการปรับใช้ Graduated Response เพื่อระงับบัญชีที่มีการใช้ซ้ำๆ เพื่อละเมิดลิขสิทธิ์ - รัฐบาลได้แสดงความสนใจในการตรวจสอบ ปัญญาการละเมิดทางอินเทอร์เน็ตและหาแนวทางแก้ไข IFEC (The Intellectual Property Enforcement Coordinator) ได้ตีพิมพ์รายงานแสดงความจำเป็นที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็น ISP, CA ฯลฯ ที่จะแก้ไขปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีผลกระทบและสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ - ในเดือนกันยายน 2010 วุฒิสภาได้ร่างกฎหมาย “Combating Online Infringement and Counterfeit Act” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะ “อายัด” Domain name ของ Website ที่มีการละเมิดกฎหมายนี้ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วในเดือนพฤศจิกายน 2010 และคาดว่าจะถูกนำเสนอสภา Congress ในต้นปี 2011 นี้
แปลและเรียบเรียง : สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย (TECA) 26 มกราคม 2554 |
| Last Updated on Friday, 04 February 2011 11:55 |



















