คุณรู้จักสมาคมฯ TECA ...?

 

TECA มีสมาชิกดังนี้

Featured Links:
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
ราคาน้ำมัน PTT

Who's Online

We have 10 guests online
Home ความรู้เกี่ยวกับลิขสิทธ์ เมื่อโลกบันเทิงถอด DRM

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday96
mod_vvisit_counterYesterday189
mod_vvisit_counterThis week1636
mod_vvisit_counterThis month4127
mod_vvisit_counterAll266997
เมื่อโลกบันเทิงถอด DRM Print E-mail
Written by Administrator   
Saturday, 14 June 2008 23:25
Piset


พิเศษ จียาศักดิ์
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท โฟโนไรทส์ (ไทยแลนด์)
       นับวันกระแสเทคโนโลยีเกี่ยวกับเพลงและภาพยนตร์จะมีมากขึ้นทุกวัน แต่ผู้เสพงานที่มีลิขสิทธิ์ทั้งหลายต่างก็ไม่สนใจว่าอะไรอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ขอให้ตัวเองได้เป็นเจ้าของและเปิดมันขึ้นมาทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการแค่นั้นก็พอ ดังนั้นหลังจากที่อุตสาหกรรมบันเทิงได้สร้างระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ อย่าง DRM หรือ Digital Right Management ที่มาสร้างความวุ่นวายให้กับการเสพความบันเทิงของคนทั่วโลก จึงถูกการต่อต้านและเป็นที่มาของการทยอยยกเลิกระบบนี้ออกจากอุตสาหกรรมบันเทิง จนล่าสุดยังไม่มีใครรับทราบผลพวงจากการที่อุตสาหกรรมบันเทิงไม่มี DRM อีกต่อไป
      งานนี้อีไลฟ์จึงได้จับเข่าคุยกับคุณ พิเศษ บอสใหญ่ของโฟโนไรทส์ ซึ่งดูแลลิขสิทธิ์ให้กับค่ายบันเทิงทั้งยักษ์ใหญ่ของโลกและศิลปินของไทย เพื่อที่จะรับทราบถึงผลกระทบและทิศทางของปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ในอุตสาหกรรมบันเทิงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

 

อีไลฟ์ : บทบาทของบริษัทจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อ DRM ถูกถอดออกจากไฟล์ดิจิตอลในสื่อบันเทิง
พิเศษ :
ก่อนอื่นต้องย้อนไปดูก่อนว่าแนวคิดของ DRM ที่ผ่านมาคืออะไร เราจะเห็นได้ว่าความตั้งใจเดิมของผู้ผลิตสื่อบันเทิงทั้งหลายสร้างระบบนี้เพื่อให้เข้ามาจัดระเบียบสื่อดิจิตอลในเชิงป้องกัน แต่ที่ผ่านมามันไปกวนอกกวนใจผู้บริโภคที่ดาวน์โหลดมาใช้กัน โดยเฉพาะคนไทยนั้นคิดว่าเมื่อซื้อมาแล้วก็ต้องเป็นเจ้าของ แต่โปรแกรมมาจำกัดการถ่ายโอนไปสื่ออื่นหรือไปให้คนอื่นต่อก็เลยมีผลต่อการเลือกซื้อของผู้บริโภค คราวนี้พวกผู้ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์ก็อยากจะเผยแพร่งานของตนเองออกไปก็เริ่มถอด DRM ตัวนี้ออก หวังว่าจะเพิ่มยอดขายได้มาก
       เรื่องนี้ส่งผลต่อการทำงานของบริษัทให้เปลี่ยนรูปแบบไป ในส่วนของลิขสิทธิ์สื่อบันเทิงที่มาในรูปแบบมีตัวตน เช่น แผ่น เทป ฯลฯ คงจะไม่เกี่ยวมาก แต่ในส่วนของที่เป็นดิจิตอลจากเดิมถ้ามีระบบ DRM คอยป้องกันเราก็ทำงานง่ายขึ้น แต่เมื่อหลายบริษัทถอดออกไปเราก็ต้องเปลี่ยนจากแนวป้องกันและให้ความรู้ มาเป็นการปราบปราม ซึ่งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะกฎหมายพื้นฐานทางด้านลิขสิทธิ์ให้อำนาจเราไว้อยู่แล้ว

อีไลฟ์ : หลักใหญ่ของการถอด DRM ทั้งในเมืองไทยและเมืองนอกมีเหตุผลอะไร?
พิเศษ :
คงเป็นเรื่องของ economy of scale เป็นหลัก การที่มีผู้บริโภคมากจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับเจ้าของสื่อบันเทิงเหล่านี้ แต่เท่าที่สังเกตเมื่อถอด DRM ออกไปสิ่งที่ตามมาก็คือ คุณภาพของไฟล์ที่ให้บริการจะเริ่มผลิตมาเพื่อให้ใช้ในเฉพาะทางมากขึ้น อย่างเช่นไฟล์นี้สำหรับโทรศัพท์มือถือ ไฟล์นี้สำหรับฟังกับคอมพิวเตอร์ การจะปล่อยให้ไฟล์ขนาดใหญ่คุณภาพดีๆ เพื่อใช้กับเครื่องเสียงคุณภาพสูงจะไม่มีอีกแล้ว
      และการปลด DRM ในเมืองนอกความจริงก็ไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะผู้บริโภคที่นั่นส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องลิขสิทธิ์กันอย่างดีแล้ว กฎหมายบ้านเขาหนักพอสมควร เขาเลยเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น แต่ในส่วนของบ้านเรากลับเห็นเป็นโอกาส และมีความตั้งใจที่จะละเมิดมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของเราอีกอย่างหนึ่งในการให้ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์

อีไลฟ์ : สถานการณ์ของการปราบปรามเทปผีซีดีเถื่อนและไล่ตามเทคโนโลยีการละเมิดลิขสิทธิ์ในไทยตอนนี้เป็นอย่างไร
พิเศษ : ต้องแยกแยะสองส่วนออกจากกันคือ ในส่วนที่เป็น Physical หรือสื่อที่มีตัวตนจับต้องได้ ต้องบอกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติยุคของพลตำรวจเอก เสริพิสุทธิ์ เตมีย์เวช นั้นค่อนข้างกวดขันและมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้มาโดยตลอด มีการจับกุมและกวาดล้างเป็นข่าวอยู่เนืองๆ เราเลยไม่ห่วงเรื่องนี้มากนัก แต่ในส่วนสื่อที่ผ่านดิจิตอลอันนี้ต้องขอบอกว่าทางตำรวจเองยังไม่มีความรู้มากนัก และยังขยับตัวช้าอยู่
       ที่ผ่านมาจึงเป็นหน้าที่ของเราในการเข้าไปตรวจสอบเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้โหลดเพลงหรือหนัง เว็บไซต์ที่เป็นรายการวิทยุ และอื่นๆ เราจะดำเนินสองแนวทางในเรื่องนี้ คือเริ่มตั้งแต่การเตือนแบบไม่เป็นทางการและทางการให้กับเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ ได้ทราบว่า ได้ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ไปแล้ว หากไม่ปฏิบัติตามหรือยังฝ่าฝืนเราก็จะเข้าจับกุม ขณะเดียวกันเราก็จะติดต่อไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ให้มีการ take down หรือปลดเว็บไซต์นั้นไม่ให้ออนไลน์ พร้อมกันนั้นก็ให้ Red Flag หรือธงแดงเหมือนเป็นการให้แบล็คลิสต์นั่นเอง ที่ผ่านมาเราเตือนไปยังเว็บไซต์ต่างๆ กว่า 30 ราย ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดี แต่ก็ยังมีเล็ดลอดอยู่เพราะเราเองไม่มีกำลังคนมากพอที่จะตรวจสอบตลอดเวลา เรื่องอย่างนี้คงต้องพึ่งพาตำรวจในอนาคตให้ตรวจสอบด้วย ส่วนใหญ่ที่ละเมิดกันอยู่ตอนนี้ก็เป็นพวกนักศึกษาที่รู้เท่าไม่ถึงการ

อีไลฟ์ : กระแสของเทคโนโลยีแบบ P2P หรือให้โหลดผ่านบุคคล จะมีผลกระทบต่อปัญหาลิขสิทธิ์อย่างไร
พิเศษ : แน่นอน เราเองก็จับตาดูรายใหญ่อยู่ตลอดเวลาไม่ให้ล้ำเส้น แต่เทคโนโลยีตัวนี้มันค่อยๆ กระจายออกไปในส่วนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปอย่างบิททอเรนท์ และล่าสุดก็มีเทคโนโลยีตัวใหม่ค่อยๆ เข้ามา แต่เรื่องนี้เราใช้ไม้แข็งเข้าไปจับกุมเลยไม่ได้ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ถึงวันนี้ต้องค่อยๆ ปรับแผนและเน้นไม้อ่อนอยู่
       ขณะเดียวกันเราก็ทำความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในการเปิดอบรมสัมมนาให้กับบรรดาเว็บมาสเตอร์ทั้งหลาย ได้ศึกษาและเข้าใจข้อกฎหมาย รวมถึงหลีกเลี่ยงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีใหม่ที่มีอยู่แล้วและกำลังเข้ามาใหม่ คาดว่าจะจัดในเร็วๆ นี้

อีไลฟ์ : ในส่วนของกฎหมายยังมีอะไรติดขัดหรืออยากได้อะไรเพิ่มเติมหรือไม่
พิเศษ :
เรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาในแง่ของกฎหมายก็คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP อย่างในต่างประเทศนั้นเขาจะระบุเลยว่า หาก ISP มีเจตนาละเลยและปล่อยให้เว็บไซต์ที่มาโฮสหรือมาวางเครื่องที่ ISP นั้นๆ ทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือลามกอนาจาร ทาง ISP นั้นจะต้องรับผิดร่วมกับเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ ด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดการตรวจสอบเบื้องต้นจาก ISP ทันที ปัญหาจะถูกกรองแล้วก็ลดน้อยลง ขณะเดียวกันที่ในปัจจุบันเราทำได้เพียงการขอความร่วมมือไปยัง ISP เท่านั้น
       หลักคิดง่ายๆ ของปัญหากฎหมายตรงนี้ก็คือ หากเจ้าของบ้านเช่า ปล่อยให้ผู้เช่าบ้านทำผิดกฎหมายโดยไม่ดูแล เช่น ปล่อยให้เปิดบ่อน เปิดซ่อง ขายยาเสพติด เจ้าของบ้านเช่าก็ต้องรับโทษด้วยหากถูกจับกุมขึ้นมา ซึ่งในทางคดีอาญานั้นเราเองก็มีการบัญญัติเอาไว้แล้ว จึงน่าจะนำมาประยุกต์ใช้กับกฎหมายใหม่นี้ด้วย

Last Updated on Wednesday, 03 November 2010 13:23