คุณรู้จักสมาคมฯ TECA ...?

 

TECA มีสมาชิกดังนี้

Featured Links:
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
ราคาน้ำมัน PTT

Who's Online

We have 9 guests online
Home ความรู้เกี่ยวกับลิขสิทธ์ นวัตกรรมการจัดการงานอันมีลิขสิทธิ์: คำตอบสำหรับอนาคตเพลงไทย

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday96
mod_vvisit_counterYesterday189
mod_vvisit_counterThis week1636
mod_vvisit_counterThis month4127
mod_vvisit_counterAll266997
นวัตกรรมการจัดการงานอันมีลิขสิทธิ์: คำตอบสำหรับอนาคตเพลงไทย Print E-mail
Written by Webmaster   
Wednesday, 18 June 2008 13:56

นวัตกรรมการจัดการงานอันมีลิขสิทธิ์: คำตอบสำหรับอนาคตเพลงไทย1

    จากสถิติข้อมูลยอดขายและยอดจำหน่ายเทปและซีดีที่ถูกกฎหมายของอุตสาหกรรมเพลงไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีมูลค่าตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยมาจากเหตุหลายประการ เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป, เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เอื้ออำนวยในการทำซ้ำในปริมาณมากๆ และรวดเร็ว เช่น MP3 หรือการดาวน์โหลดเพลงผ่านทางอินเทอร์เน็ต, การแพร่ระบาดของเทปผีซีดีปลอมและการทำซ้ำแบบ Home Copying,ภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงหรือแม้แต่การออกอัลบั้มเพลงที่ฉาบฉวยและไม่มีคุณภาพของคนในวงการเพลงเอง แนวโน้มของยอดจำหน่ายเพลงที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้บริษัทเพลงหลายค่ายไม่สามารถทนต่อสภาวะขาดทุนได้ทำให้ต้องลดคนงานของตนลง, ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำตลาดรูปแบบใหม่ๆ, หรือแม้กระทั่งต้องปิดกิจการลง ขณะนี้ วงการเพลงกำลังวิตกเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตของวงการเพลงกำลังเข้าสู่ยุคถดถอย (Sunset Business) และกำลังจะจบสิ้นลง     ขณะที่คนในวงการเพลงกำลังมองหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ บางคนที่มองโลกในแง่ดีกลับมองว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ อันทันสมัยที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นปัจจัยที่เอื้อในการนำเสนอผลงานเพลงของตนออกสู่ตลาดได้ง่าย, รวดเร็วและในกลุ่มคนที่มากขึ้น, เทคโนโลยีช่วยย่อโลกและทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันไร้ซึ่งขอบเขต หรือ กรอบปิดกั้น, เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มและขยายช่องทางดำเนินธุรกิจหลากหลายรูปแบบมากขึ้นไม่จำกัดเฉพาะแต่การขายเทปหรือซีดีเท่านั้น, ดังนั้นการทำเพลงให้เป็นข้อมูลดิจิตอล (Digital Content) และใช้เครือข่ายความเร็วสูงวิ่งบนอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือจึงเป็นช่องทางหรือวิธีการในการดำเนินธุรกิจเพลงที่กำลังถูกจับตาว่าจะเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมเพลงในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
     การนำข้อมูลดิจิตอล และเครือข่ายความเร็วสูงมาใช้เป็นช่องทางโดยผ่านทางอินเตอร์เน็ทหรือโทรศัพท์มือถือในการดำเนินธุรกิจเพลงเพื่อที่จะปฏิสัมพันธ์ หรือเข้าถึงผู้บริโภค หรือผู้ฟังได้โดยตรงและรวดเร็วนั้นจัดได้ว่า เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการจัดการกับธุรกิจเพลงหรืองานเพลง ที่เราเรียกกันให้ทันยุคทันสมัยว่า เป็น “นวัตกรรมการจัดการงานเพลง” นั่นเอง


1 โดย นายพิเศษ จียาศักดิ์, นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนิติศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย Temple University สหรัฐอเมริกา, ผู้จัดการทั่วไป สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทยและกรรมการผู้จัดการบริษัท โฟโนไรท์ (ไทยแลนด์) จำกัด
2 จากข้อมูลของสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ IFPI – The Federation of Phonographic Industry รายงานยอดจำหน่ายเทปและซีดีเพลงที่ถูกกฎหมายของประเทศไทยปี 2002 จำนวน 44.2 ล้านแผ่น, ปี 2003 จำนวน 38.8 ล้านแผ่น, ปี 2004 จำนวน 35.2 ล้านแผ่น, ปี 2005 จำนวน 28 ล้านแผ่น

 

     นวัตกรรม หรือ Innovation นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นเรื่องที่คนในวงการเพลงไม่ค่อยสนใจเท่าใดนักเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลงและติดยึดอยู่กับรูปแบบการขายหรือช่องทางการจัดจำหน่ายแบบเดิมๆ เช่น การขายเทปและซีดี3 ซึ่งจัดว่าเป็นการขายประเภทที่จับต้องได้ (tangible) ขณะที่ การนำเอานวัตกรรมการจัดการงานเพลงมาทำการตลาดจัดได้ว่าเป็นการขายที่จับต้องไม่ได้ (intangible)
     “นวัตกรรม คือ การรู้จักสร้างสรรค์ มีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าและแก้ปัญหาด้วยความคิด4” ซึ่งสาระสำคัญหรือหัวใจของคำว่า “นวัตกรรม” (Innovation) นั้น ประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญ 3 ประการคือ
1. “ทุกคน, ทุกที่, ทุกเวลา” หรือ Anyone,Anywhere,Anytime หมายถึงการนำเพลงที่ได้ทำเป็นข้อมูลดิจิตอล ส่งผ่านระบบเครือข่ายความเร็วสูงไปสู่ตัวผู้บริโภคหรือผู้ฟังได้โดยไม่จำกัดว่าเป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่จำกัดว่าจะเป็น ณ สถานที่ใด และไม่จำกัดช่วงเวลา ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า นวัตกรรม เป็นการนำเอาระบบดิจิตอล และเครือข่ายความเร็วสูงซึ่งถือว่าเป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งและเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้เป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจเพลง ดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญอันจะขาดเสียมิได้เมื่อมีการนำเอานวัตกรรมเข้ามาบริหารจัดการในการดำเนินธุรกิจเพลง
3. “ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง” หรือ Customer-Oriented หมายถึง เมื่อผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว, ผู้บริโภคจะกลายเป็น “ผู้เลือก” (the Chooser) ไม่ใช่ผู้ถูกเลือกอีกต่อไป5 ในทางกลับกันข้อมูลเพลงต่างหากที่จะกลายเป็น “ผู้ถูกเลือก” แทน ดังนั้น, คนในวงการเพลงที่จะใช้นวัตกรรมการจัดการงานเพลงในการนำเสนอเพลงสู่สาธารณชนจะต้องมีการคัดเลือกและจัดสรรเพลงให้ถูกคอคนฟังแต่ละกลุ่ม เป็น cluster หรือ community ของแต่ละกลุ่มไปไม่ใช่การทำการตลาดแบบ “มวลชน” (mass) อีกต่อไป ฉะนั้น, เพลงประเภท “ฮิต” กันทั้งเมืองหรือมียอดขายถล่มทลายจะไม่มีอีกแล้ว, แต่จะกลายเป็นเพลงที่มีความหลากหลาย ตรงต่อความต้องการของกลุ่มคนฟังแต่ละกลุ่มแตกต่างกันออกไป เช่น กลุ่มคนฟังเพลงแจ๊ส, กลุ่มคนฟังเพลงป็อป, กลุ่มคนฟังเพลงร็อค เป็นต้น


3 คนในวงการเพลงมักกล่าวว่า เทคโนโลยีเป็นศัตรูและบ่อนทำลายวงการเพลง, เทคโนโลยีเป็นตัวการทำให้ยอดขายเพลงลดลง
4 พระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระราชทานให้กับผู้เข้าร่วมประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาดิ(สวทช.) ประจำปี พ.ศ.2542
5 แต่เดิม, ผู้บริโภคจะเป็นผู้ถูก “ยัดเยียด” ให้ฟังเพลงที่ค่ายเพลงต้องการเปิดให้ฟัง โดยการเปิดเพลงให้ฟัง “ซ้ำๆซากๆ”

      นอกจากสาระสำคัญทั้ง 3 ประการดังกล่าวแล้ว การนำเอานวัตกรรมมาบริหารจัดการกับธุรกิจเพลงนั้นปริมาณของเพลง(Content)ที่จะส่งผ่านเครือข่ายความเร็วสูงจะต้องมีปริมาณที่มาก เพียงพอและมีระบบจัดเก็บข้อมูลหรือเพลงได้มากพอต่อความต้องการของผู้บริโภค การเข้าสู่ระบบจะต้องเป็นไปโดยสะดวก, รวดเร็วและง่ายต่อการเข้าถึง และประการสำคัญ จะต้องมีอัตราค่าบริการที่ไม่แพงและผู้บริโภคมีอิสระและอำนาจในการตัดสินใจที่จะเลือกตัวสินค้าหรือเพลงได้
      อาจกล่าวได้ว่า การนำเอานวัตกรรมมาเป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจหรือบริหารจัดการธุรกิจเพลงนั้น เป็นการนำเอาเพลง(content)หรือสินค้าเสนอให้แก่ผู้บริโภคได้เลือกและตัดสินใจได้ตามความต้องการของตนได้อย่างรวดเร็วสะดวกมีประสิทธิภาพ มีความหลากหลายและสามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นวัตกรรมการจัดการงานเพลงถือเป็นการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาประเภทลิขสิทธิ์อีกประการหนึ่งด้วย กล่าวคือ เมื่อมีการนำเอานวัตกรรมในทางข้อมูลดิจิตอลและเครือข่ายความเร็วสูงมาเป็นช่องทาง ในการดำเนินธุรกิจเพลงซึ่งสามารถเอื้อประโยชน์และตอบสนองความต้องการของทั้งเจ้าของธุรกิจและผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว,ย่อมจะช่วยส่งเสริมให้มีการคิดสร้างสรรค์งานเพลงออกสูสังคมมากขึ้น และยังเป็นปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นส่งเสริมให้มีการปกป้องคุ้มครองงานเพลงอันมีลิขสิทธิ์และพัฒนาอุตสาหกรรมเพลงได้อีกทางหนึ่งด้วย

Last Updated on Wednesday, 03 November 2010 10:15